วิธีการปลูกดาวเรือง ทรัพย์เศรษฐี

ทรัพย์เศรษฐี ดกอดก ดอกใหญ่ กลีบดอกเรียงชิดกัน ก้านดอกยาว แข็งแรงออกดอกต่อเนื่อง เหมาะสำหรับปลูกทุกฤดู ทรงพุ่มกว้าง 65-75 ซม. ขนาดดอก 10-12 ซม. ความสูงต้น 75-95 ซม.

การเตรียมแปลง

  1. ไถดินลึกประมาณ 30-50 เซนติเมตร และหว่านปูนขาวโดโลไมท์อัตรา 200-400 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพดินตากทิ้งไว้ 4-5 วัน
  2. ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 ตัน/ไร่
  3. ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้น อัตรา 20-30 กิโลกรัม/ไร่
  4. จากนั้นตีพรวนดินให้ละเอียด และขึ้นแปลงปลูก ขนาด 1.20 เมตร สำหรับแปลงคู่ และ 70-80 เซนติเมตร สำหรับแปลงเดี่ยว
  5. คลุมด้วยพลาสติกสองหน้าสีดำ-เงิน โดยสีเงินอยู่ด้านบน

การเพาะเมล็ดในถาดเพาะ

  1. เตรียมน้ำสำหรับผสมวัสดุเพาะโดยผสม โพรพาโมร์คาร์บ อัตรา 0.4 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือเมทาแลกซิล เพื่อป้องกันโรคเน่าคอดิน โดยค่อยๆเติมน้ำลงในพีทมอสทีละน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. นำวัสดุเพาะที่เตรียมไว้ใส่ถาดเพาะให้เต็มหลุม กระแทก ถาดเพาะ 1 ครั้ง เติมวัสดุเพาะให้เต็ม แล้วปาดหน้าดินถาดเพาะให้เรียบ นำถาดเพาะเปล่ามาวางบนถาดเพาะที่ใส่วัสดุเพาะแล้ว จากนั้นกดถาดเปล่าเพื่อทำหลุม โดยหลุมควรมีขนาดลึกพอดีกับเมล็ดดาวเรือง ประมาณ 0.5 เซนติเมตร
  3. ทำการหยอดเมล็ดพันธุ์ดาวเรือง 1 เมล็ดต่อ 1 หลุม นำวัสดุเพาะที่ยังไม่ได้ผสมน้ำมาใส่ตะกร้าเพื่อร่อนกลบเมล็ดโดยกลบให้มิดเมล็ด เนื่องจากเมล็ด ดาวเรืองฝรั่งเศส ไม่ต้องการแสงในการงอก และเป็นการรักษาสภาพความชื้นในการงอกของเมล็ด
  4. พ่นสารเคมี โพรพาโมคาร์บ อัตรา 1 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือเมทาแลกซิล 1 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร พ่นให้ทั่วถาด เพื่อป้องโรคเน่าคอดินอีกครั้ง 5. นำถาดเข้าไปในบริเวณที่พรางแสง 80%-90% และรักษาความชื้นโดยการพ่นน้ำ อย่าให้ถาดเพาะแห้งจนเกินไปเพราะจะทำให้เมล็ดไม่งอกหรือแฉะจนเกินไป อาจทำให้เป็นโรคเน่าคอดินในระยะงอกของเมล็ด

การย้ายปลูก

การย้ายปลูกลงกระถาง

  1. ดินร่วน 1 ส่วน
  2. แกลบดิบ 2 ส่วน
  3. แกลบดำ 1 ส่วน
  4. ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
  5. โดโลไมท์ เพื่อปรับสภาพดิน 0.5 กิโลกรัม
  6. ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 อัตรา 250 กรัม

การย้ายปลูกลงแปลง

  1. เมื่อต้นกล้าอายุ 15-20วัน หรือมีจำนวนใบจริง 2-3 คู่ใบ ย้ายลงแปลงปลูก ควรย้ายช่วงเย็น ( แดดไม่แรง ) เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำของต้นกล้าส่งผลให้ต้นกล้ามีการตั้งตัวได้ดีหลังการย้ายปลูก
  2. ก่อนย้ายปลูกงดน้ำในถาดเพาะ 1 วัน เพื่อให้ดินเกาะรากต้นกล้าได้ดีขึ้น ตุ้มไม่แตกเมื่อนำมาลงปลูก โดยก่อนย้ายต้องให้น้ำในแปลงปลูกอย่างเพียงพอ ไม่แห้งหรือแฉะจนเกินไป
  3. การวางสายน้ำหยดควรตรวจสอบด้วยว่า สายน้ำหยดต้องอยู่ตรงกับรอยเจาะรูของพลาสติก เพื่อที่น้ำจะหยดลงในจุดที่ปลูกต้นกล้าด้วย ซึ่งจะทำให้ต้นกล้าได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
  4. ควรทำการเด็ดยอดดอกดาวเรืองหลังการย้ายปลูกประมาณ 10 – 15 วัน ต้องมีใบจริงอย่างน้อย 3 คู่ เด็ดยอดออก 1 คู่ โดยใช้มือด้านหนึ่งจับข้อที่ต้องการเด็ด และโน้มกิ่ง ด้านบนลงจนหักชิดข้อที่จับ ช่วยในการแตกทรงพุ่ม แนะนำให้เด็ดยอดเพื่อให้ลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ออกดอกเร็วจนเกินไป

การดูแลรักษา

การให้น้ำ ในช่วงแรกคือตั้งแต่เริ่มปลูกถึงอายุ 7 วัน ควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลังจากนั้นให้วันละครั้ง แค่ตอนเช้าก็พอ และในช่วงดอกเริ่มบานจะต้องระวังอย่าให้น้ำถูกดอกดาวเรือง เพราะจะทำให้ดอกเสียหายและเชื้อโรคเข้าทำลายได้ง่าย

การให้ปุ๋ย เมื่อดาวเรืองมีอายุ 15 และ 25 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม และเมื่อดาวเรืองมีอายุ 35-45 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-24-12 อัตรา 1 ช้อนชาต่อหลุม การใส่ปุ๋ย ควรใส่ให้ให้ห่างโคนต้นประมาณ 6 นิ้ว โดยฝังลงในดินประมาณ ครึ่งนิ้ว จากนั้นพรวนดินรอบ ๆ โคนต้นไว้ การใส่ปุ๋ยทุกครั้งจะต้องรดน้ำตามเสมอ

การเก็บเกี่ยว

อายุของดาวเรืองที่สามารถตัดได้คือประมาณ 54-58 วัน หรือให้สังเกตจากดอกที่ยังมีกลีบดอกตรงกลางเป็นสีเขียวอยู่ได้นานกว่าดอกที่บานทั้งหมด ในการตัดดอกนั้นควรตัดให้ชิดโคนกิ่งให้มากที่สุด จะทำให้ก้านดอกที่ติดมามีขนาดยาว การตัดดอกดาวเรืองเพื่อนำมาปักแจกันนี้ควรตัดให้มีก้านดอกยาวประมาณ 18-20 นิ้ว มัดดอกดาวเรืองเป็นกำ ๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อเพื่อให้ดอกดาวเรืองคงความสดอยู่ได้นาน ๆ

Short URL :